2 min read

7 ข้อผิดพลาดบนป้ายราคาสินค้า ที่ทำให้ลูกค้าเดินผ่านโดยไม่หยิบ (พร้อมวิธีแก้)

ป้ายราคาสินค้าโปรแกรมพิมพ์ป้ายราคาเทคนิคการขาย

ลูกค้าไม่ได้หยุดที่ป้ายเสมอไป — บางครั้งพวกเขามองและเดินผ่านเพราะ "อ่านไม่ออก" หรือ "ดูไม่น่าเชื่อถือ" บทความนี้เก็บ 7 ข้อผิดพลาดยอดนิยม ที่ทำให้ป้ายราคาของคุณทำงานไม่ได้เต็มที่ พร้อมวิธีแก้ที่ใช้ได้ทันที

ข้อผิดพลาดบนป้ายราคา
7 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ลูกค้าเดินผ่าน

1. ตัวเลขราคาเล็กเกินไป

นี่คือข้อผิดพลาดยอดฮิตอันดับ 1 — โดยเฉพาะเมื่อใช้ Word หรือ Excel พิมพ์ป้าย ตัวเลขราคามักจะ "เท่ากับ" ชื่อสินค้า

กฎ: ราคาต้องใหญ่กว่าตัวอื่นบนป้ายอย่างน้อย 3 เท่า มองเห็นได้จากระยะ 2 เมตร

วิธีแก้: ใช้เทมเพลตของ ระบบทำป้ายราคาสินค้า ที่ออกแบบให้ราคาเด่นมาแล้ว

2. ป้ายราคาเก่าที่ไม่ขีดทับ

ปิดป้ายโปรลดราคาทับป้ายเก่า โดยไม่ขีดทับราคาเดิม → ลูกค้าจะ "งง" และไม่กล้าซื้อเพราะกลัวคิดเงินผิด

กฎ: ราคาเดิมต้องขีดทับให้ชัด ราคาใหม่ต้องตัวใหญ่กว่า

วิธีแก้: ใช้ฟิลด์ "ราคาปกติ + ราคาโปร" ในระบบที่จะ format ราคาเดิมด้วย strikethrough อัตโนมัติ

3. ใช้สีเกิน 3 สีบนป้ายเดียว

ป้ายที่ใช้สีแดง + เหลือง + เขียว + ฟ้า ทั้งหมดทำให้ตาลายและสมองตีกัน

กฎ: สีหลัก 1 + สีรอง 1 พอ (อ่านบทความ จิตวิทยาสีบนป้ายราคา ประกอบ)

4. ใช้ลายมือเขียน

ลายมือบนป้ายราคา
ลายมือเขียน vs ป้ายพิมพ์มืออาชีพ

ป้ายลายมือมีปัญหา 3 ข้อ:

  1. ดูไม่เป็นมืออาชีพ → ลดความน่าเชื่อถือของร้าน
  2. ไม่มี บาร์โค้ด → แคชเชียร์ต้องคีย์มือ → ผิดบ่อย
  3. ลายมือพนักงานแต่ละคนไม่เหมือนกัน → ป้ายในร้านดูยุ่งเหยิง

วิธีแก้: เปลี่ยนมาใช้ โปรแกรมพิมพ์ป้ายราคา แม้แค่ฟรีก็ยังดีกว่าลายมือ

5. ป้ายต่างขนาดในชั้นเดียวกัน

ขนาดที่ไม่สอดคล้องกันทำให้ร้านดู "ไม่ได้จัดระเบียบ" และลูกค้ารู้สึกอึดอัด

กฎ: ป้ายในชั้นเดียวกันต้องขนาดเดียวกัน อย่างน้อยในหมวดเดียวกัน

วิธีแก้: อ่านบทความ ขนาดป้ายราคา A4-A7 เลือกขนาดไหนให้เหมาะ

6. ไม่มีบาร์โค้ดบนป้าย

ทุก 100 รายการที่แคชเชียร์ต้องคีย์มือ มีอย่างน้อย 1-2 รายการที่พิมพ์ผิด ผลคือ:

  • ลูกค้าถูกคิดเงินผิด → ฟ้องและคืนเงิน
  • ขายต่ำกว่าราคาป้าย → ขาดทุน
  • ขายเกินราคาป้าย → ผิดกฎหมาย (ดูบทความ กฎหมายป้ายราคา)

วิธีแก้: ใช้ระบบที่สร้างบาร์โค้ดอัตโนมัติจาก SKU (อ่าน ทำป้ายราคา บาร์โค้ด)

7. ไม่ระบุวันหมดอายุของโปรโมชั่น

ป้ายโปรไม่ระบุวันสิ้นสุด → ลูกค้าไม่รู้สึก urgency → ไม่ตัดสินใจซื้อ

นอกจากนี้ ถ้าโปรหมดแล้วแต่ป้ายยังอยู่ → ผิดกฎหมาย และร้านอาจถูกฟ้อง

วิธีแก้: ใช้ฟิลด์ "Expires Date" ในระบบที่จะให้ raw data + auto revert เป็นราคาปกติเมื่อหมดอายุ

อ่านงานวิจัยเรื่อง urgency และพฤติกรรมผู้บริโภคได้ที่ Harvard Business Review

บทสรุป

ข้อผิดพลาดทั้ง 7 ข้อข้างต้น แก้ได้ทั้งหมดด้วยการเปลี่ยนวิธีพิมพ์ป้ายจาก Word/Excel มาใช้ระบบเฉพาะทาง เช่น The PrintSed ที่ออกแบบเทมเพลตป้ายราคามาตรฐานสำหรับร้านไทยโดยเฉพาะ และมีให้ทดลองใช้ฟรี 7 วัน ก่อนตัดสินใจ